เกาะนามิ (Nami Island)
เกาะนามิ (ฮันกึล:남이섬, นามิซอม) ตั้งอยู่ที่เมืองชุนชอนจังหวัดคังวอนห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออก 63 กิโลเมตร(ห่างจากกรุงโซลเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ลักษณะเป็นเกาะกลางแม่น้ำที่ มีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ โดยเกาะเกิดจากการสร้างเขื่อนชองเปียง(Cheongpyeong) กั้นแม่น้ำBukhanชื่อของเกาะนามิถูกตั้งขึ้นตามชื่อของนายพลนามิ ซึ่งเป็นนายทหารที่มีชื่อเสียงมากในสมัยราชวงศ์โชซอน ฤดูใบไม้ร่วงเป็นเป็นช่วงเวลาที่เกาะนามิน่าหลงใหลเป็นที่สุดเพราะการ เปลี่ยนสีแดงสีเหลืองของบรรดาใบไม้บนเกาะ มีกิจกรรมสนุก ๆ เช่น ขี่จักรยาน สกีน้ำ พายเรือ สนามเด็กเล่นสนามฟุตบอล สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ เล่นเลื่อนหิมะ และชม ฟาร์มนกกระจอกเทศเกาะนามิโด่งดังจากซีรีส์เพลงรักในลมหนาวจากละคร winter love song ซึ่งใช้เกาะนามิเป็นสถานที่ถ่ายทำ ปัจจุบันเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆในการใช้เวลาว่างเพื่อพักผ่อนของครอบครัว หรือคู่หนุ่มสาวนิยมใช้สถานที่นี้จากบรรยากาศและความโรแมนติกของเกาะ แห่งนี้ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามไปด้วยต้นเกาลัดและทิวสนเรียงราย สำหรับนักท่องเที่ยวหากจะขึ้นแท็กซี่ไปเกาะนามิให้บอกว่าพูดว่า “นามิ ซอม คาโย” แปลเป็นไทยว่า “ไปเกาะนามิค่ะ”

     


 

เชจูโดหรือเกาะเชจู (Jeju Island)
เกาะเชจู อยู่ทางใต้ของโซลเป็นหนึ่งในจังหวัดทั้งเก้าประเทศเกาหลี เป็นจังหวัดที่แยกออกไปจากแผ่นดินใหญ่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินจากโซลจะ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงหรือเดินทางมาจาก พูซาน วานโด อินชน ยอซูหรือ มกโพ โดยเรือเฟอร์รี่ก็ได้เกาะเชจูมีบรรยากาศโรแมนติคแบบประเทศในเขตร้อน โดยมีสี่ฤดูและอากาศอบอุ่นสบายอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 15 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปีและในฤดูร้อนอุณหภูมิโดยเฉลี่ยคือ 22-26 องศาเซลเซียสคู่บ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงานและนักท่องเที่ยวจึงนิยมไปเที่ยวที่ เกาะแห่งนี้

     


 

อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน( Seoraksan National Park )
อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน หรือ สวิสเซอร์แลนด์ของเกาหลีเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่มีเนื้อที่ ถึง 354 ตารางกิโลเมตรได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาสี่ฤดูที่ถือว่าเป็นแนวเขาที่สวย งามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี ประกอบไปด้วยโอซอรัก เนซอรัก และนัมซอรักเทือกเขาแนวนอกแนวใน และแนวใต้มีป่าไม้ หุบเขาสายน้ำลำธารทะเลสาบ หินรูปร่างต่างๆที่สวยงามซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และดอกไม้บานสะพรั่งทั้งฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทำให้หุบเขาแห่งนี้ จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสีทองทั่วทั้งหุบเขาเป็นช่วงที่งดงามที่สุดของอุทยานการ เดินทางไปยังอุทยานนั้นต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้า(CABLE CAR) กระเช้าขนาดใหญ่สามารถจุนักท่องเที่ยวได้นับ 10 คนไปสู่จุดชมวิวของอุทยานแห่งชาติเขาโซรัคที่สามารถเห็นทะเลของประเทศ ญี่ปุ่นได้นอกจากนี้บริเวณโดยรอบยังมี วัดชินฮึงซา (Sinheungsa Temple ) วัดเก่าแก่สร้างในสมัย อาณาจักรชิลล่าอายุกว่า1,000ปีสามารถนมัสการกราบไหว้พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปาง สมาธิ ขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานก่อนจะผ่านสะพานชำระล้างจิตใจ เข้าสู่เขตวัดเพื่อไหว้พระขอพรถัดไปเป็นวัดนักซาน วัดเก่าแก่อายุกว่า1,000ปี ไหว้เจ้าแม่กวนอิมองค์มหึมาประทับยืนเด่นเป็นสง่าหันหน้าสู่ทะเลตะวันออก เพื่อปกป้องชาวเกาหลีตามความเชื่อแต่โบราณ ชมวิวที่ศาลาอุยซางแดซึ่งชาวเกาหลีนิยมมาชมแสงแรกของปีในวันขึ้นปีใหม่ที่ ศาลาแห่งนี้

     

 

รถไฟสายโรแมนติค จองดองจิน (SEA TRAIN)
เป็นสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ใกล้มหาสมุทรมากที่สุดซึ่งได้รับการบันทึกลงใน GUINNESS BOOK OF WORLD RECORD รถไฟสายนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่ชื่นชอบของคู่รักในเกาหลี เพราะเมื่อมองออกมาจากหน้าต่างบานใหญ่ของขบวนรถไฟก็จะได้พบกับหาดทรายสีขาว และทิวทัศน์ที่สุดแสนโรแมนติกนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำละครชื่อดังของ เกาหลี เรื่อง SAND GLASS เป็นรถไฟที่เรียกได้ว่าเหมาะกับการฮันนีมูนอย่างยิ่ง  Sea Train มีด้วยกันทั้งหมด 3 โบกี้ โดยภายในรถไฟยังมีภาพยนตร์ เพลง และอินเทอร์เน็ต ไว้คอยบริการ คู่รักคู่ไหนที่ไปhoneymoon ที่เกาหลี ห้ามพลาด

     

 

สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland)
สวนสนุกที่ถูกขนานนามว่า “ดิสนีย์แลนด์เกาหลี” เป็นสวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลาง หุบเขา ภายใน Festival World จะประกอบไปด้วย Global Fair, American Adventure, Magic Land, European Adventure และ Equatorial Adventure ท่องโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ชม ไลเกอร์ซึ่งเป็นลูกแฝดผสมที่ เกิดขึ้นจากความรักระหว่างสิงโตผู้เป็นพ่อ และเสือผู้เป็นแม่นับเป็นแฝดผสมเสือ-สิงโตคู่แรกในโลก หรือสนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิด เช่น รถไฟเหาะ T-Express รถไฟเหาะรางไม้ที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร วิ่งด้วยความเร็ว 120 ก.ม.ต่อ ช.ม.ทิ้งตัวลงบนความสูงชันถึง 75 องศา สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดที่ถูกออกแบบให้ผู้ใหญ่สามารถเล่นร่วมกับเด็กได้ ทุกชนิดไม่จำกัดจำนวนครั้ง

     

 

หอคอยโซล (Seoul Tower)
ย้อนรอยละครดัง “Witch You Hee“   “Kim Sang Soon“ “Boys Over Flowers หรือ F4เกาหลี“ ที่หอคอยโซล ซึ่ง ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการมาเที่ยวเกาหลีที่กรุงโซลเลยก็ว่าได้ และถือเป็นสถานที่ยอดนิยมที่หนุ่มสาวเกาหลีไม่พลาดที่จะมาเที่ยวกัน เมื่อขึ้นไปบนหอคอยโซลสามารถใช้กล้องส่องทางไกลที่จัดเตรียมไว้แล้วชม ทัศนียภาพได้อย่างชัดเจน สามารถมองเห็นกรุงโซลโดยรอบได้อย่างชัดเจน และที่บนสุดของหอคอยก็มีหอดูดาวและภัตตาคารที่หมุนได้รอบทิศด้วย การคล้องกุญแจแห่งคู่รัก Love Key Ceremonyอีกหนึ่งสถาน ที่สุดโรแมนติกอยู่ในบริเวณหอคอยกรุงโซลที่คู่รักนิยมนำแม่กุญแจไปคล้องเป็น ความหมายว่าเราจะไม่พรากจากกันจะรักกันตลอดไป โดยนิยมเขียนชื่อตนเองและคู่รักลงบนแม่กุญแจพร้อมข้อความสุดซึ้งจากนั้นจึง นำลูกกุญแจโยนทิ้งไป ซี่งเชื่อกันว่าถ้าใครขึ้นมาคล้องกุญแจที่หอคอยนัมซาน และโยนลูกกุญแจทิ้งไป คู่รักคู่นั้นจะไม่มีใครมาพรากจากกันได้ชั่วนิรันดร์หรือ ชม พิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์(The Teddy Bear Museum) พบกับประวัติความเป็นมาของการก่อกำเนิดชนชาติ และบรรพบุรุษของคนเกาหลีว่ามีความเป็นมาอย่างไรโดยแต่ละโซนจะจัดแต่งเลียน แบบบอกเล่าความเป็นมาของคนเกาหลีตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน ผ่านทางตัวตุ๊กตาหมีน่ารักหอคอยแห่งกรุงโซล - เวลาเปิด 10:00-24:00 (สำหรับหอดูดาว) ราคา 8,500 วอน สำหรับหอดูดาว พิพิธภัณฑ์และโรงละคร

     

 

สวนนัมซาน (Namsan Park)
การชมทัศนียภาพของกรุงโซลที่สวยที่สุด สามารถหาดูได้ที่ สวน นัมซาน ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขานัมซาน และยังเป็นที่ตั้งของหอคอยแห่งกรุงโซลด้วย ที่สวนแห่งนี้มีมุมมองที่กว้างไกลและไม่มีอะไรมาบดบังศนียภาพของกรุงโซลและ ยังมีสถานที่อำนวยความสะดวกมากมาย อย่าง ศาลาแปดเหลี่ยมปาลกั๊กจอง สวนสัตว์เล็กๆ สวนพฤกษชาติ อาคารอนุสรณ์ผู้รักชาติ อัน ชุง กุน และ สวนสำหรับออกกำลังกาย

     

 

อาคาร KLI 63
อาคาร KLI 63มีที่เหนือพื้นดินขึ้นไปถึง60 ชั้น ถือเป็นอาคารที่สูงที่สุดในกรุงโซล ภายในอาคารมีหอดูดาวที่ชั้นบนสุด โรงหนังไอแม็กซ์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์โลกทะเล ที่พิพิธภัณฑ์นี้ มีสัตว์น้ำถึง 20,000 ชนิด 400 พันธุ์ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ออกกำลังกาย ร้านขายของ ภัตตาคารชั้น 1 หรือแม้กระทั้งร้านขายอาหารทานเล่นอีกด้วย

     

 

รัฐสภา (Blue House)
ถือว่าเป็นตึกรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยใช้เนื้อที่เกาะยออีโดถึง 12.5% นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์รัฐสภาและห้องสมุดรัฐสภา บริการพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่ประตูทางด้านหลังจะมีโต๊ะประชาสัมพันธ์ สามารถซื้อทัวร์ได้ ถนนรอบๆ รัฐสภาจะมีต้นเชอรี่บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ

     

 

พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)
ที่สุดปลายทางด้านเหนือของถนนเซจองโน มีพระราชวังเคียงบกกุงตั้งโดดเด่นเป็นสง่า ซึ่งถือเป็นพระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดของราชวงศ์โชซอน สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์ โชซอน อันเป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์แทโจ ในจำนวนพระราชวังทั้ง 5 ที่สร้างขึ้นในราชวงศ์นี้ พระราชวังเคียงบกกุงแห่งนี้ ถือเป็นพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดในบริเวณพระราชวังนี้เป็นที่ ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ โดยนักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมลักษณะเด่นๆ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลี รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีในอดีตไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งคึน จองจอน (Geunjeongjeon) หรือศาลาเคียงฮวยรู (Gyeonghoeru) ซึ่งตั้งอยู่กลางสระรูปดอกบัว หรือศาลายางวอนจอง (Hyangwonjeong) ทุกอาคารล้วนแล้วแต่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามและแวดล้อมไปด้วย ทัศนียภาพเขียวขจีของสวนอันน่าอภิรมย์ประตูจอนชุนมุน(Geonchunmun Gate) เป็นประตูด้านตะวันออกของพระราชวังเคียงบกกุง จะเปิดออกสู่ถนนซัมจองดองกิล(Samcheongdonggil) ที่มีร้านขายชุดประจำชาติเกาหลี (เรียกว่า ฮันบก) และหอแสดงศิลปะหลายแห่ง ทางด้านเหนือสุดของถนนซัมจองดองกิล ซึ่งยาว 1 กม. นั้นจะมีถนนซองวาแดกิล (Cheongwadaegil) ที่ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ แผ่กิ่งก้านมาบรรจบกันกลางถนน และสวนหย่อมตกแต่งงดงาม เมื่อไปถึงปลายสุดถนน จะเห็นสวนโรสออฟแชรอน (Rose of Sharon Garden) และหอประชุมชุมชนเฮียวจาดอง (Hyoja-dong Community Hall) เป็นที่แสดงของกำนัลต่างๆ ที่ประธานาธิบดีคนก่อนๆ ของเกาหลีได้รับมา พร้อมประวัติโดยละเอียดของกรุงโซล

     

 

โคเรียเฮ้าส์ (Korea House)
ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมแท้ๆ ของเกาหลีที่หาชมได้ไม่ยากนักมีการจัดแสดงโต๊ะของท่านเจ้าของบ้านแบบเกาหลี และการแสดงดนตรีและการเริงระบำประจำชาติเกาหลี รวมทั้งสามารถซื้อผลิตภัณฑ์จากช่างฝีมือชาวเกาหลีได้ที่นี่

     
  หมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศส (La Provence Village)
หมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศส ที่มีสีสันบ้านเรือนที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองโพรวองซ์ในฝรั่งเศสหมู่บ้านที่ เต็มไปด้วยสีสันคล้ายการระบายด้วยสีลูกกวาดหวานๆสีสันสดใสบนอาคารบ้านเรือน ทำให้รู้สึกเหมือนได้สัมผัสประเทศฝรั่งเศสจริงๆ
     
  หมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศส (La Petite Village)
หมู่บ้านสีขาวตึกแปลกใหม่ รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนหมู่บ้านที่อยู่บนชายฝั่งทะเล เมดิเตอร์เรเนียน หรือในบริเวณที่พระจากเทือกเขาแอลป์ Piedmont นี่คือ Petite ฝรั่งเศสหมู่บ้านวัฒนธรรมฝรั่งเศสตั้งอยู่ในเขตชนบทของเกาหลี! Petite ฝรั่งเศสทำหน้าที่เป็นทั้งหมู่บ้านวัฒนธรรมฝรั่งเศสและสถานที่ฝึกอบรมเยาวชน (Goseong ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน) และประกอบด้วยอาคาร 16 สไตล์ฝรั่งเศสซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถยื่นและประสบการณ์อาหารฝรั่งเศส, เสื้อผ้า, และวัฒนธรรมของใช้ในครัวเรือน แนวคิดของ Petite ฝรั่งเศสสุนทรีย์ 'ดอกไม้, ดาว, และเจ้าชายน้อย.' หมู่บ้านที่มีห้องโถงที่ระลึกทุ่มเทให้กับ Saint-Exupery เขียนนวนิยายชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่ Le Petit Prince (1943) และเป็นเช่นนั้นเรียกว่าลิตเติ้ลที่สวนสนุกปรินซ์ นอกจากนี้ยังมีแกลเลอรี่แสดงผลงานประติมากรรมและภาพวาดของ Le Coq Gaulois (ไก่ฝรั่งเศส), สัญลักษณ์ประจำชาติของฝรั่งเศส; Orgel เฮ้าส์ที่กล่องดนตรี 200-ปีเล่นเมโลดี้หวาน; ร้านที่ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรและมีกลิ่นหอม; ของที่ระลึกและสถานที่อื่น ๆ มากมายที่คุณสามารถสัมผัสกับวัฒนธรรมฝรั่งเศส หมู่บ้านสามารถรองรับได้ถึง 200 ผู้เข้าชมด้วย 34 ห้องพักที่ถือ 4-10 คนแต่ละ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่หุ่นเชิดและได้ยินเครื่องมือเครื่องเคาะจาก ทั่วโลกและยังเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์
     
  คลองชองเกชอน (Cheonggyechon)
คลองเก่าแก่ในอดีตมีอายุกว่า 600 ปี ในสมัยของกษัตริย์ YEONGJO กษัตริย์องค์ที่ 21แห่งราชวงศ์โชซอน คลองชองเกชอนเป็นสัญลักษณ์แห่งการสร้างชาติเกาหลี (อิสระถ่ายภาพ)ปัจจุบันได้มีการพัฒนา และบูรณะคลองแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ทำให้กรุงโซลมีคลองที่ยาวกว่า 6 กิโลเมตร เป็นสถานที่ให้คนได้เข้ามาพักผ่อน หรือจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ งานแสดงศิลปะต่างๆ งานดนตรี นิทรรศการดอกไม้ ฯลฯ และยังมีสวนสาธารณะทั้งสองฝั่งคลอง ที่ในยามค่ำคืนจะเต็มไปด้วยแสงสีสวยงามน่าชม
     
     
 
     

 

         
         
         
         

ติดต่อเรา: email: booking.happygroup@gmail.com Tel: 02-3201745-6, 085-666-3963 Fax: 02-3201747